บางครั้งสิ่งรอบตัวก็ดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเพียงแค่เราเปลี่ยนมุมมองมันเสียใหม่

.

หนังสือเรื่องนี้ตีพิมพ์ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2549 แล้ว แต่อิฉันเพิ่งจะได้มีบุญอ่านกับเขาเมื่อไม่นานมานี้ก็เลยเพิ่งมาเล่าเรื่องราวแบบเลท ๆ ให้ฟังกัน

หนังสือการ์ตูน พระจันทร์ที่ไม่เคยโดนเหยียบ นี้ วางปะปนอยู่ในชั้นหนังสือเดียวกันกับวรรณกรรมเยาวชนหลายเล่ม ฝีมือการวาดที่ไม่ 'มังงะ' และชื่อเรื่องที่ดูแล้วชวนให้คิดว่านี่เป็นหนังสือนิยาย ทำให้เจ้าของบล๊อกเข้าใจผิดว่านี่เป็นนิยายก็หลายครั้ง

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือชื่อผู้แต่งนี่แหละค่ะ... ช่วงนี้คุณหมอ ๆ ทั้งหลายต่างหันมาจับปากกาบรรเลงประสบการณ์ ดีบ้าง แย่บ้าง น่านับถือบ้าง น่า (เอาไปแอบ) ประณาม บ้าง มากมาย ตอนแรกที่หยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาก็แค่อยากทราบว่าคุณหมอคนนี้จะเล่าอะไรให้เราฟังได้อีก.... จะเป็นประสบการณ์ฮา ๆ หรือเปล่านะ หรือจะเป็นเรื่องดราม่าหนัก ๆ ในยุคที่หมอมักเป็นจำเลยสังคมเสมอ หรือเป็นความรู้ทางแพทย์ที่เรามักเข้าใจผิด ฯลฯ

ปรากฏว่าคิดผิดค่อนข้างหมดค่ะ  นี่คือการ์ตูนของนักเขียนคนหนึ่งซึ่งสั่งสมประสบการณ์หลาย ๆ ด้าน รวมทั้งจากการประกอบอาชีพแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนมาใช้ในการเขียนต่างหาก

และการ์ตูนเรื่องนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างลำดับต้น ๆ ที่เจ้าของบล๊อกคิดว่าจะนำไปยกตัวอย่างเสมอ สำหรับการ์ตูน 'ดี'  ที่  เนื้อหานำภาพประกอบ

ในบทแรก ๆ ของการ์ตูนเรื่องนี้ ผู้ชมจะได้ทำความรู้จักกับ หมอเยี้ยง แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่อันหนักอึ้งในการรับคนไข้เป็นร้อย ๆ คนต่อวัน บางครั้งก็ต้องทานข้าวช้าเพราะคนไข้ฉุกเฉิน บางครั้งก็เจอปัญหาในการสื่อสารกับคนไข้ที่เป็นชาวต่างชาติหรือชนกลุ่มน้อย ฯลฯ

หมอเยี้ยงเป็นชายหนุ่มร่างสันทัด ผมรองทรง สวมแว่นสายตา ใบหน้าและการแต่งกายไม่มีลักษณะใดที่จะเป็นจุดเด่นให้จดจำอย่างพระเอกการ์ตูนทั่ว ๆ ไป

แต่สิ่งที่หมอเยี้ยงมีอยู่ล้นเหลือก็คือ 'การมองโลกในแง่ดี' ซึ่งทำให้เขาไม่หมดอาลัยในชีวิตมากเกินไปนัก

กระนั้น ใช่ว่าหมอเยี้ยงจะสามารถมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาก็เป็นเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไปที่บางครั้งก็เอาแต่ใจ บางครั้งก็ไร้ระเบียบเอาเอง บางครั้งก็ไม่เข้าใจคนอื่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในความเป็นหมอซึ่งยึดหลักวิชาการซึ่งพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก กลายเป็นข้อขัดแย้งกับบทบาทการเป็นลูกชายของคุณแม่ที่มีความเชื่อเรื่องประเพณีไหว้พระจันทร์ของคนจีนโดยเคร่งครัด

บทกลาง ๆ เรื่องเริ่มแสดงให้เห็นสภาพครอบครัวอันตึงเครียดของหมอเยี้ยงเหล่านี้ ก่อนจะเปิดประเด็นใหม่ด้วยการที่หมอเยี้ยงต้องช่วย  แดง  ลูกชายโทนของเขา หาภาพตอนเด็ก ๆ เพื่อมาทำรายงานส่งอาจารย์

การค้นหาภาพเหล่านั้นก็เหมือนกับการย้อนเดินทางไปรำลึกถึงความรู้สึกเก่า ๆ มุมมองเก่า ๆ ในสมัยก่อน  ที่เขาหลงลืมไปแทบจะหมดแล้ว

ทำให้เขามีโอกาสใคร่ครวญถึงนัยยะและความหมายแฝงของการกระทำบางอย่างของคนอื่น นัยยะบางอย่างของประเพณีในวัยเด็ก และบางสิ่งบางอย่างที่อยู่รอบตัวเขาโดยเขามองไม่เห็นมันมาตลอด

ในที่สุดเขาก็สามารถเปิดใจมองเห็นมุมมองอีกมุมหนึ่ง และนำความรัก ความเข้าใจ กลับมาสู่ครอบครัวของหมอ และยังเผื่อแผ่ไปยังสังคมเล็ก ๆ ใกล้ตัวหมอเยี้ยงอีกด้วย

....

สรุป

เนื้อหาทั้งเล่มไม่ได้มีวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีการกอบกู้โลกให้ต้องช่วย เรื่องราวต่าง ๆ เป็นเพียงเรื่องราวชีวิตทั่ว ๆ ไปของคนที่บางครั้งเราเองก็เคยผ่านประสบการณ์อย่างนั้นมาก่อน แต่โดดเด่นด้านการเล่าเรื่อง การวางมุกตลกซึ่งค่อนข้างมีเอกลักษณ์สอดแทรกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เมื่อเนื้อเรื่องมาถึงการตีประเด็นปัญหากลับแสดงได้อย่างคมคายลึกซึ้งและเข้าใจได้ง่าย (คุณหมอคุณากร ผู้แต่งเรื่อง เป็นผู้วาง sotryboard เรื่องนี้ด้วยตัวเอง) และการดำเนินเรื่องนี้เองเป็นสิ่งที่ดึงดูดเจ้าของบล๊อกให้อ่านแบบรวดเดียวจบด้วยความ 'อิ่ม' และขำปนกัน

ถ้าคุณเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนและนิทานภาพแบบทั่ว ๆ ไป - ซื้อมาอ่านเถอะค่ะ แล้วคุณจะอ่านจบด้วยรอยยิ้ม

ถ้าคุณเป็นคนสนใจปรัชญาและชอบเรื่องราวที่มีการตีความ - เรื่องนี้มีแง่มุมที่น่าสนใจในระดับปานกลาง คือปรัชญาและแนวคิดนำเสนอได้อย่างคมคาย แต่ก็ไม่ได้ยากมากหรือลึกมาก สิ่งที่น่าสนุกสำหรับคุณอีกอย่างก็คือมุกตลกและการหักมุกนี่แหละค่ะ มุกมีความเป็น 'หมอ' อยู่มาก มีการเล่นคำ เล่นรูปประโยคได้ค่อนข้างสนุก ฉลาด และแปลกใหม่

ถ้าคุณชอบการ์ตูนญี่ปุ่น - นี่เป็นเรื่องธรรมดาเกินไปสำหรับมาตรฐานการ์ตูนญี่ปุ่น ตัวละครหญิงที่นี่ไม่โมเอะ ตัวละครชายไม่ Y เรื่องราวก็พื้น ๆ ไม่หวือหวา แต่ถ้าคุณเป็นแฟนการ์ตูนของสตูดิโอจิบลิ คุณน่าจะชอบเนื้อเรื่องของเรื่องนี้

สำหรับคุณหมอหรือคนที่สนใจคุณหมอ - อ่านมุกพวกนี้แล้วเอาไปคุยกับพวกหมอได้ค่ะ ของจริงหลายอย่างมาก ภาพโรงพยาบาลก็น่าจะสะท้อนความเป็นจริงของโรงพยาบาลชุมชนได้ดี....ในมุมมองบวกหน่อยน่ะนะ

ถ้าคุณอายุเกิน 30 ปี - คุณจะเข้าใจการละเล่นและการ์ตูนที่ชอบหลายอย่างในเรื่องนี้มากกว่าผู้อ่านวัยอื่น... และบางทีคุณอาจได้แง่คิดบางอย่างไปใช้ในครอบครัวของคุณก็ได้นะ

ภาพประกอบ จากเว็บ

http://www.bangkokspace.com/content.aspx?bs=cartoonthai_ffc&cid=11&id=1483

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ได้เรื่องเลยเบื่อเน็ต เซง..................

#4 By (222.123.201.50) on 2009-07-27 18:51

สวัสดีค่ะ หนูเป็นเพื่อนหมอคุณากรคนแต่งค่ะ
ปลื้มใจแทนนะคะ ดีใจจังที่คุณ(พี่)ชอบ

#3 By เจ้าหญิงหงส์ (61.19.199.142) on 2008-12-07 11:51

ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วครับ....ต้องหามาอ่านซ่ะแล้ว

#2 By รีคอนดำ on 2008-09-05 16:01

สมควรได้เป็นหนังสือนอกเวลาเป็นอย่างยิ่งHot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Moondog on 2008-08-16 21:27