หลังจากได้รับรู้มุมมองของคนทำงานด้านกราฟิก และวาดภาพด้วยคอมฯ ชาวไทยกันมาหลายต่อหลายคน นิตยสาร CG+ เล่ม 9 ประจำเดือนมีนาคม 2550 ก็ได้ฤกษ์สัมภาษณ์นักวาดชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยมานานถึง 2 ปี อย่างคุณ Randis ผู้นี้บ้าง มุมมองของพี่แกนับว่าน่าสนใจดีทีเดียว เสียนิดหน่อยตรงที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน จึงขอคัดบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันนะคะ

ปกเล่มนี้

แรนดิส หรือชื่อจริงว่า Andre Weiss เริ่มบทสัมภาษณ์ด้วยการแนะนำภูมิหลังของตัวเองว่า เขาเกิดในรัสเซีย แล้วพออายุได้ 10 ขวบก็ย้ายมาอาศัยที่เยอรมนี ...เขาเริ่มงานศิลปะดิจิทัลในเยอรมนีนี้เอง และทำงานด้านนี้มาได้ 15 ปีแล้ว (ปัจจุบันพี่แกอายุ 29 ปี ครับทั่น !!!) แรนดิสเริ่มตีพิมพ์ผลงานตั้งแต่อายุ 15 ขณะนั้นเขาใช้สีน้ำ สีน้ำมัน และสื่อธรรมชาติอื่น ๆ เขากล่าวถึงฝีมือตัวเองว่าที่มาถึงขั้นนี้ได้หนะไม่ได้เป็นเพราะเขาเป็นคนสุดยอดหรือฉลาดอะไรนัก แต่มาจากการทดลองและฝึกฝนอันหนักหน่วงตะหากล่ะ เขาอาจจะถือว่าโชคดีที่ได้สัมผัสโลกการสร้างงานดิจิทัลตั้งแต่ยุคแรก ๆ ตั้งแต่เครื่องแอปเปิล C64, Amiga ในโรงเรียน แต่ทั้งนี้เขาก็ยังสำทับว่า เขาก็ยังไม่หยุดการสร้างงานด้วยสื่อพื้นฐานหรอกนะ

แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนที่ทำงานในเมืองไทยชวนเขาให้มาเยี่ยมที่นี่ แรนดิสตอบตกลงและนั่นก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาที่จะอาศัยและทำงานในเมืองไทย

แล้วก็มาถึงเรื่องที่ทุกคนอยากรู้... แรนดิสเป็นฝรั่ง ไม่มีคนรู้จักจะป้อนงานในไทย (และคาดว่าภาษาเป็นปัญหาสำคัญอีกอย่างด้วย) เขาจะอยู่ยังไง

คำตอบของแรนดิสก็คือ อาศัยประโยชน์จากการที่อินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งการติดต่อ สื่อสาร แสดงงาน รวมถึงจ้างงาน ดังนั้น connection งานของเขาก็มาจากอินเตอร์เน็ตนี่แหละ ยุคอินเตอร์เน็ตอย่างนี้ดีก็จริง แต่แรนดิสก็มีความเห็นหนัก ๆ เพิ่มเข้ามาอีกว่า คนที่มุ่งหาประโยชน์จากศิลปินก็มีมากไม่แพ้กัน ศิลปินหลายคนกำลังถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมจากเจ้าของกิจการ ที่มักจะรับให้โอกาสแสดงงานขึ้นบนเว็บไซด์ หรือตีพิมพ์งานของศิลปินออกมาเป็นเล่ม เจ้าของกิจการได้รับกำไรสูงโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนแก่ศิลปินหรือจ่ายในอัตราต่ำมาก ซึ่งแรนดิสมองว่าไม่เป็นธรรมกับตัวศิลปินอย่างยิ่ง

ความคิดของเขาตลอดทั้งบทสัมภาษณ์นั้นตรงและชัดเจน... ไม่มีอะไรได้มาฟรี และในทางกลับกัน ศิลปินก็ไม่ควรทำงาน (ที่ทำให้คนอื่นได้กำไร) ฟรีเช่นกัน

อ่านมาถึงตรงนี้ก็นึกไปถึงหนังสือของ คุณไมเคิล ไรท์ "ฝรั่งคลั่งสยาม" คนนั้น ที่พูดถึงความต่างของฝรั่งกับไทยว่า ชาวตะวันตกเป็นคนที่รู้จักรักษาสิทธิและหน้าที่ชัดเจนมั่นคงมาก... (ปฏิบัติต่อคนไม่รู้จักได้ดีมาก) บางครั้งมากจนดูจะขาดแคลนเรื่องน้ำใจและความเอื้ออาทรต่อกัน (ปฏิบัติต่อคนใกล้ตัวไม่ค่อยดี) ตรงข้ามกับคนไทย ที่มีน้ำใจล้นเหลือ (ปฏิบัติต่อคนใกล้ตัวดีมาก) แต่ปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ไม่ตรงนัก (ปฏิบัติต่อคนไม่รู้จักไม่ค่อยดี) ก็เริ่มรู้สึกได้ว่าแรนดิสเองก็จัดเป็นคนที่รู้จักรักษาสิทธิและหน้าที่ได้มั่นคงมากคนหนึ่งตามวัฒนธรรมฝรั่งเชียวละ ^^

ความคิดเกี่ยวกับการทำงานกับลูกค้าของแรนดิสก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แรนดิสตอบคำถามเกี่ยวกับการถูกลูกค้าโกงไว้ว่า ควรจะทำสัญญาก่อนทำงานเสมอ และในขั้นตอนทำสัญญาคุณควรจะอ่านข้อสัญญาให้ครบถ้วนด้วยความละเอียดรอบคอบ และตรงไหนอ่านแล้วไม่สบายใจก็ควรเจรจาแก้ไขให้เรียบร้อยและเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ข้อสัญญาบางจุดที่ก่อความลำบากแก่คุณ เช่น งานที่จะไม่ยอมให้คุณประกาศว่าคุณทำงานชิ้นนี้และไม่ขึ้นเครดิตว่าคุณเป็นผู้สร้างด้วยละก็... ลูกค้าควรจะ "ชดใช้" คุณ ด้วยการจ่ายค่าจ้างในอัตราสูงกว่าปกติ เป็นต้น

เมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาทำงาน แรนดิสเตือนว่ากลเม็ดของลูกค้า (ที่จะโกง) บางรายก็คือเพิ่งมาบอกเอาภายหลังส่งงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วว่าไม่ชอบงานชิ้นนั้น ซึ่งโดยขั้นตอนทำงานทั่วไปที่ต้องส่งสเกตซ์ และส่งงานที่เสร็จแต่ละขั้นตอนให้ลูกค้าดูก่อนอยู่เรื่อย ๆ การใช้ข้ออ้างนี้เพื่อบอกว่างานชิ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการนับว่าไร้สาระมาก เพราะลูกค้าสามารถป้องกันปัญหานี้ได้ด้วยการสั่งแก้/เปลี่ยนตั้งแต่ขั้นตรวจงานขั้นก่อน ๆ อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้แม้ว่าคุณจะต้องแก้งานให้ถูกใจลูกค้า แต่ก็ไม่ใช่แก้กันแบบไม่รู้ว่าจะแก้ไปทำไม (pointless) อย่างไม่รู้จักจบสิ้น การแก้ไขงานในสายตาแรนดิสควรจะทำเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องและเพิ่มคุณภาพให้ภาพนั้น ไม่ใช่การเขียนลุคใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ถูกรสนิยมส่วนตัวของลูกค้า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าหากว่าโปรเจคยาวมาก ๆ คุณควรแยกขั้นตอนงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วให้ลูกค้าแบ่งจ่ายเงินตามส่วนงานที่เสร็จนั้น สัญญาจ้างทำงานควรกำหนดวันชำระค่าจ้างไว้อย่างชัดเจนเสมอ มัดจำระหว่าง 25 - 50% และจ่ายที่เหลือเมื่อส่งงานเสร็จสมบูรณ์หรือหลังจากนั้นไม่ควรเกิน 30 วัน และเมื่อครบกำหนดแล้วไม่ควรเหนียมอายที่จะทวงค่าจ้างของคุณ.... พึงระลึกเสมอว่านั่นคือเงินของคุณ... และการซื้อหรือจ้างอะไรก็ต้องจ่ายเงินทั้งนั้น

และเช่นเดียวกับผู้ให้สัมภาษณ์คนอื่น แรนดิสก็ถูกถามว่าเอยากจะบอกศิลปินหน้าใหม่ทั้งหลายว่าอย่างไรเหมือนกัน คำพูดและคำเตือนของแรนดิสยังคงเป็น ประเด็นว่าด้วยการติดต่อกับลูกค้า การหางาน รวมถึงการขายงานของศิลปินหน้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอคำพูดตรง ๆ ว่า "โปรเจคของเราไม่มีเงินทุนมากนัก" คุณจะทำยังไง........

แต่เพื่อไม่เป็นการสปอยเนื้อหาบทสัมภาษณ์มากเกินไป เอาว่าไปหาอ่านของจริงดีกว่านะคะ ละเอียดและชัดเจนกว่านี้มาก งานนี้แปลแค่หอมปากหอมคอหละ

Comment

Comment:

Tweet

ฝรั่งเค้าคิดงี้จริงๆอ่ะพี่big smile

แต่กับคนไทย บางทีพี่ๆน้องๆ ก็ช่วยๆกัน
ตามวัฒนธรรมอ่ะนะ


อันนี้แล้วแต่ความคิดคนไม่ว่ากันopen-mounthed smile

#6 By CHABADANG on 2008-05-09 16:15

เรื่องที่แรนดิสพูดนั้น... ถ้าเราสนิทกับคนทำงานวาดรูปก็จะได้ยินปัญหาบ่อย ๆ ค่ะ เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการ "ทำงานวาดรูป"

ศิลปินไม่ควรทำงานฟรี...หรือทำงานเป็นศิลปินไส้แห้ง....แต่คนอื่น (เช่น ผู้จัดพิมพ์) ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำหรือได้ส่วนแบ่งเยอะกว่า

แต่ก็มีข้อยกเว้นไว้ว่า ถ้าที่บ้านรวยล้นฟ้าไม่ต้องการเงินจากการวาด หรือทำงานวาดภาพการกุศลก็ไม่ต้องสนใจแนวคิดนี้หละ หุหุ

#5 By lexManarae on 2008-05-08 11:17

ต้องไปหามาอ่านปลอบใจตัวเองซะแล้ว ฮะฮะ

#4 By Moondog on 2008-05-08 01:52

...มะยักกะรู้เฮะว่าศิลปินไม่มีคำว่า "ฟรี" sad smile

การกุศลได้มะ sad smile

#3 By A-leX on 2008-05-07 16:51

โอ ลูกพี่แรนดิสสุดยอดมากครับ - - b
เป็นอาร์ตติสคนนึงที่ผมชอบมากๆเลยล่ะ

#2 By manatworks (222.123.126.141) on 2008-05-07 16:41

พี่เก็บงานเนี้ยบๆหน่อยก็เหมือนของเเรนดิสเเล้วครับbig smile

#1 By raycircle on 2008-05-07 13:06